HOT – คสช.อารักขา9องค์คณะคดีข้าว ครม.ตั้งทีมปฏิรูป11ชุด สปท.-คนดัง-กูรูเพียบ

คสช.อารักขา9องค์คณะคดีข้าว ครม.ตั้งทีมปฏิรูป11ชุด สปท.-คนดัง-กูรูเพียบ

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”ประสานเสียงไม่ได้สกัดกองเชียร์ “ปู” นายกฯฮึ่มห้ามฝ่าฝืนกฎหมาย สั่ง มท.สอบอปท.ใช้งบฯเกณฑ์คนมาเชียร์ถือว่าผิด “ประวิตร” บอกอยากจะมาก็มา ห่วงจะไม่มีที่ยืน มท.1 บอกยังไม่พบ อปท.ใช้งบฯผิดปกติ ขณะที่ “เลขาธิการ คสช.” ถกหน่วยมั่นคงรับมือวันชี้ชะตา “ปู” หวั่นมือที่สามป่วน มอบ ตร.คุมเชิงหน้าศาล จัดกำลังอารักขาเข้มองค์คณะ 9 ผู้พิพากษา สั่งประกบแกนนำเหนือ-อีสานขนคนขึ้นรถตู้-รถไฟฟรี “วัฒนา” ซัดโดนสกัดทุกทาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านถูกสั่งบล็อกลูกบ้าน ครม.ไฟเขียวตั้ง 120 อรหันต์คุมบังเหียนปฏิรูป 11 ด้าน อดีต สปท.เกือบครึ่งร้อยแห่รับงาน พร้อมอดีตนายทหาร-ขรก.เกษียณ “บวรศักดิ์” ดูแลด้านกฎหมาย “เอนก” คุมการเมือง “ทนายสงกานต์” โผล่ร่วมวงชุดยุติธรรม “กล้านรงค์-พะจุณณ์” นำทีมปราบโกง

ยิ่งใกล้วันศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดตัดสินคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 25 ส.ค. ฝ่ายความมั่นคงยิ่งจับตาเข้มความเคลื่อนไหวในการขนมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ย้ำไม่ได้สกัดกั้น พร้อมสั่งกระทรวงมหาดไทยสอบหาก อปท.ใช้งบประมาณเกณฑ์คนมาเชียร์อดีตนายกฯถือเป็นความผิด

นายกฯลั่นเดินหน้าเมินพัฒนางานวิจัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ก่อนประชุม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะวิจัยเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2560 ครั้งที่ 12 จัดขึ้นวันที่ 23-27 ส.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ และได้นำผลงานวิจัยมาจัดแสดง โดยนายกฯได้กล่าวชื่นชมว่า น่าภูมิใจที่ทุกคนช่วยกันพัฒนา อยากให้สร้างกันต่อไป “ส่วนคนที่ทำลายก็ปล่อยให้เค้าทำลายไป แต่เราต้องเดินหน้าของเราต่อ” อย่างการปลูกข้าวขอให้ปลูกหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ใช่ปลูกเหมือนกันทั้งประเทศ จะทำให้ขายไม่ได้ราคา ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มาจากงานวิจัยที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ผู้วิจัยรวมกลุ่มกันไปหารือกับ อย. ซึ่งตนได้สั่งการ อย.ไปแล้วต้องมีการศึกษาผลงานวิจัยใหม่ๆในสารสกัดที่ยังไม่มีข้อมูล จะทำให้ อย.สามารถให้ใบ อนุญาตรับรองได้

หยอกมีอะไรรักษาความใจร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้เดินเยี่ยมชมงานวิจัยที่นำมาแสดง อาทิ การออกแบบผ้าใยกล้วยพิมพ์ภาพกราฟฟิก เครื่องกับดักไข่ยุงลาย นวัตกรรมป้องกันกำจัดยุงลายที่เคลือบด้วยสารดึงดูดสารสกัดจากหอยลายเพื่อดึงดูดให้ยุงพาหะมาวางไข่ และใส่สารกำจัด หรือเครื่องคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยการวัดจอตาอย่างอัตโนมัติจากภาพถ่ายจอตาในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ซึ่งนายกฯได้ทดลองใช้เครื่องดังกล่าวด้วย และชมผลิตภัณฑ์สารสกัดจากน้ำมันรำข้าว ซึ่งมีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพและบำรุงหัวใจ โดยนายกฯได้กล่าวหยอกล้อว่า “บำรุงหัวใจแล้วสามารถรักษาใจร้อนและใจร้ายได้หรือไม่” พร้อมทดลองทาลิปสติกมันที่ทำจากน้ำมันรำข้าว

ฮึ่ม อปท.ขนคนเชียร์ “ปู” ถือว่าผิด

ต่อมาเมื่อเวลา 13.50 น. ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางพื้นที่ใช้งบประมาณผิดประเภท อ้างจัดสัมมนาแต่กลับพาคนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กระทรวงมหาดไทยกำลังตรวจสอบ ถ้าใครนำงบประมาณมาใช้ในลักษณะดังกล่าวถือว่ามีความผิด ถือเป็นการส่อเจตนา ต้องดูว่าใครทำมีเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ ถ้าเจตนาบริสุทธิ์ตนไม่เคยห้าม อยากมาให้กำลังใจก็ขับรถมาเองไม่เป็นไร แต่ถ้ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือว่าไม่บริสุทธิ์ใจ ไปจ้างไปเกณฑ์มาหรือไม่ ถ้าจริงถือว่าผิด เคยเตือนไปแล้วว่าไม่ได้ขู่ด้วยกฎหมาย คือไม่ว่าจะไปที่ศาล ที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้ากีดขวางการจราจรจะต้องลงโทษ หลายอย่างผ่อนปรนไปเยอะ คำสั่งมาตรา 44 ศาลทหารปลดล็อกไปให้เยอะ การให้กำลังใจเป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าอะไร แต่ขอให้พอสมควร ไม่ใช่ระดมขนคนมา แล้วมาด่ารัฐบาลปิดกั้น ถ้าปิดกั้นจริงคงประกาศห้ามเข้ามา

ทัวร์ ครม.สัญจรไม่เกี่ยวการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 21-22 ส.ค. ที่ จ.นครราชสีมาว่า ไม่ได้จัดประชุมเพื่อค้นหาความเคลื่อนไหวนักการเมืองหรือจับตานักการเมือง เพราะตนไม่สนใจและไม่ให้เครดิตอยู่แล้ว ไม่ใช่เวลาของเขา แต่วันนี้ตนต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่ผ่านมา 3 ปี ตนพยายามทำเต็มที่และจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ไปฟังจากปากของประชาชนว่าสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นอย่างไร มีปัญหาตรงไหน ขณะเดียวกันจะอธิบายขั้นตอนการใช้งบประมาณที่จัดสรรลงมา จะเข้ากรอบการช่วยเหลือเรื่องการขึ้นทะเบียนไว้ได้หรือไม่

“บิ๊กป้อม” ชี้อยากมาก็มาแต่ไม่มีที่ยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันพิพากษาคดีจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ วันที่ 25 ส.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่จะดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลัง และจัดกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยผู้พิพากษาในคดี แต่ยังไม่เพิ่มกำลังตำรวจและยังไม่ใช้ทหารดูแล ตลอดจนให้ใช้กฎหมายตามปกติ โดยยังไม่พบขบวนการใดนำเรื่องนี้มาสร้าง สถานการณ์ และไม่น่าจะมีมือที่สาม ทั้งนี้ อยากให้แฟนคลับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้กำลังใจอยู่ที่บ้านดีกว่า เราไม่สกัดใคร เพียงแต่พูดจากัน หากมามาก ก็ไม่มีที่ยืน ส่วนที่แกนนำเสื้อแดงระบุว่าจะซื้อตั๋วรถทัวร์ให้มวลชนถ้าถูกสกัดรถตู้ที่ขนคนมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “มาได้ อยากมาก็มา ไม่เป็นอะไร” ส่วนกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ยืนยันว่าไม่มี แค่พูดกันไป

มท.1 ยังไม่พบท้องถิ่นขนคน

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ หลัง สตง.ตรวจพบมีการใช้งบฯ เตรียมขนมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าได้กำชับ ผวจ. นายอำเภอ และผู้บริหาร อปท.ทั่วประเทศว่าการใช้จ่ายงบประมาณต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย เท่าที่ตรวจสอบแต่ละพื้นที่ยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนข้อมูลที่ สตง.ระบุว่าได้จากโซเชียลนั้น ยังไม่มีรายงาน สตง.เพียงแต่ขอความร่วมมือให้กระทรวงมหาดไทยกำชับกวดขันในเรื่องงบประมาณของ อปท.

สมช.มั่นใจไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการจับตาสถานการณ์ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีรับจำนำข้าวว่า เราติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยทำความเข้าใจในทุกภาคส่วนของแต่ละจังหวัด ไม่น่าจะมีอะไรเป็นกรณีพิเศษ ส่วนกระแสข่าวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนคนมา กทม.นั้นต้องพิสูจน์ทราบก่อน เราพยายามอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเหตุการณ์ความวุ่นวาย ขณะที่การเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มการเมืองทั้งในและต่างประเทศ ตอนนี้ยังมีแต่การแสดงความคิดเห็น

คสช.จับตาขนคนขึ้นรถตู้-รถไฟฟรี

ขณะที่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงรวมถึง กกล.รส.4 กองทัพภาค และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อประเมินสถานการณ์กรณีศาลจะมีการอ่านคำพิพากษาตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 25 ส.ค. โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง โดย ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบให้สงบเรียบร้อยเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมาควบคู่ไปกับการเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชน ในที่ประชุมประเมินว่าจะมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจประมาณ 1-2 พันคน ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดใกล้เคียงและปริมณฑล อาทิ จ.ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา ส่วนพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน หน่วยงานด้านความมั่นคงสั่งให้จับตามกลุ่มแกนนำในพื้นที่อาจจะเคลื่อนไหวชักชวนคนมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ โดยพิจารณาว่าหากพื้นที่ไหนมีท่อน้ำเลี้ยงจะมาในรูปแบบของการเดินทางอาศัยรถตู้โดยสาร จะมีค่าใช้จ่ายเกือบ 1 แสนบาทต่อ 1 คัน อีกช่องทางหนึ่งจะมาจากรถไฟฟรี จะเดินทางมาก่อนวันตัดสินอย่างน้อย 2-3 วัน นัดหมายกันบริเวณสถานีดอนเมืองและหลักสี่

อารักขาผู้พิพากษาคดีข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงไม่ได้เป็นห่วงถึงจำนวนคนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจแต่สิ่งที่ประเมินกันน่าห่วงคือ มือที่ 3 จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น นอกจากนี้ การดูแลพื้นที่บริเวณหน้าศาลฎีกาจะมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบหลัก พร้อมให้ส่งกำลังไปดูแลอารักขาบ้านพักของผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้ง 9 คน ทั้งก่อนและหลังจะมีคำตัดสิน เบื้องต้นจะยังคงใช้แผนปฏิบัติการ “กรกฎ 52” เหมือนเดิม ทั้งนี้สัปดาห์หน้า พล.อ.เฉลิมชัยจะเรียกหน่วยงานความมั่นคงประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

ซัดสั่งกำนัน ผญบ.บล็อกชาวบ้าน

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ทำไมจะไปไม่ได้ ”ตนไปแจกสิ่งของให้กับพี่น้องประชาชนชาว จ.ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ที่ถูกน้ำท่วม คำถามว่าเมื่อไรจะมีการเลือกตั้งนั้นถูกถามมากที่สุด แสดงว่าประชาชนสิ้นหวังกับการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล อีกเรื่องที่ประชาชนบ่นกันมากคือทุกคนอยากมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันฟังคำพิพากษา แต่กลับถูกฝ่ายความมั่นคงสกัดกั้นทุกทาง ตั้งแต่การห้ามรถตู้ รถโดยสาร รถรับจ้างนำประชาชนเข้ามา หนักไปกว่านั้นคือการสั่งการไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ดูแลลูกบ้านของตน หากมีประชาชนในหมู่บ้านของใครหายไปให้กำลังใจผู้นำชุมชนต้องรับผิดชอบ ขณะที่โฆษก คสช.แก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้สกัดมวลชนเพียงขอความร่วมมือ ส่วนหัวหน้าเผด็จการที่ปากเรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมายแต่พฤติกรรมกลับเป็นตรงข้าม การมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยกกำลังมากดดันศาล การสกัดกั้นไม่ว่าด้วยวิธีใดคือการละเมิดเสรีภาพของประชาชน ตนยืนยันว่าจะไปอย่างแน่นอน ถ้ากั้นรถหรือปิดถนนก็จะเดินไป มันเป็นเสรีภาพ ทำไมจะไปไม่ได้

“วัชระ” ร้องสอบเอกชนประมูลข้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติบริษัทผู้เสนอตัวซื้อข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2550 โดยนายวัชระกล่าวว่า พบมีบางบริษัทเข้าประมูลข้าวของรัฐบาลแต่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน โดยมี 2 บริษัทไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ในวันประกาศคุณสมบัติผู้ยื่นประมูล และมี 2 บริษัท มีใบ ร.ง.4 ผิดประเภท จึงสงสัยว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่ จึงขอให้นายกฯตรวจสอบถ้าพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ยกเลิกการประมูล นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลจากประชาชนว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาล ใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ Mi.17 ของกองทัพบก ไปตรวจโรงสีที่ จ.กำแพงเพชร อ้างกับข้าราชการว่าเป็นภารกิจลับ ทำไมไม่ใช้เครื่องบินของกระทรวงเกษตรฯ และไม่แถลงข่าวว่าไปตรวจโรงสี กี่แห่งผลเป็นอย่างไร

“มีชัย” ย้ำเซ็ตซีโร่ กสม.สรรหาใหม่

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ สนช.ปรับแก้ให้ กสม.อยู่ต่อครึ่งวาระว่า อาจมีปัญหาขึ้น เพราะกรรมการชุดปัจจุบันมีกระบวนการสรรหาไม่เป็นไปตามหลักการปารีส ไม่ว่าจะอยู่ต่อครึ่งวาระหรือเต็มวาระจะถูกลดเกรดด้านการยอมรับจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอยู่ดี และไม่รู้เหตุผลที่ สนช.กำหนดให้อยู่ต่อครึ่งวาระ กรรมาธิการในสัดส่วน กรธ.จึงจะสงวนความเห็น ให้พ้นจากตำแหน่งทั้งหมดแล้วสรรหาใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ส่วนที่มองว่าหวังผลไปถึงการกำหนดสถานะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วยนั้น ตนว่าอย่าเพิ่งมองถึงขั้นนั้น

เมินคำท้าดูสาธิตกาบัตรแยกเบอร์

นายมีชัยกล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีแนวคิดจะเชิญให้ไปดูการสาธิตเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบหลายเบอร์ ว่า ขณะนี้กฎหมายยังร่างไม่เสร็จต้องรอให้ถึงตรงจุดนั้นก่อนค่อยว่ากัน

โวยไพรมารีดับฝันนักการเมืองหญิง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้ใช้ระบบไพรมารีโหวตพิจารณาผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าเป็นคำถามสำหรับวาระปฏิรูปการเมืองว่า สนช.จริงจังกับเป้าหมายที่จะให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเป็น ส.ส.แค่ไหน ถ้าตั้งใจจริงต้องมาสร้างระบบที่เอื้อให้ผู้หญิงเก่งเข้ามานั่งในสภา หรืออย่างน้อยที่สุดต้องไม่เพิ่มอุปสรรคเจตนารมณ์ของไพรมารีโหวตอาจดูดี แต่กลับเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายการเพิ่มนักการเมืองหญิง โดยเฉพาะกับผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แม้ในร่างกฎหมายนี้จะมีเนื้อหาให้คำนึงถึงสัดส่วนหญิงชาย แต่การขาดสภาพบังคับที่ชัดเจน จึงไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มาก สมมติว่าพรรคการเมืองหนึ่งจัดอันดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน โดย 10 คน เป็นผู้สมัครหญิงหน้าใหม่โดดเด่นในสาขาอาชีพของตนเอง แต่คนนอกวงการไม่รู้จัก พรรคได้จัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ พอจะมีโอกาสได้เป็น ส.ส. แต่ด้วยระบบไพรมารีโหวต ต้องถูกส่งไปที่สาขาพรรคและตัวแทนพรรคทั่วประเทศ แม้กรรมการสรรหาจะส่งเสริม แต่ถ้าสาขาพรรคไม่เห็นด้วยก็หมดโอกาส

ชงเปลี่ยนมือ ก.ตร.ยึดดาบตั้ง ผบ.ตร.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยถึงแนวทางการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเสร็จแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาในวันที่ 21 ส.ค. โดยจะย้ายอำนาจแต่งตั้งจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ไปให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จำนวน 13 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน โดย ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุ เป็นประธาน ก.ตร.เสนอชื่อบุคคลไม่เกิน 3 คน ให้ ก.ตร.เลือกให้เหลือ 1 คน และส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ หากเห็นชอบบุคคลนั้นก็เป็น ผบ.ตร. หากไม่เห็นชอบให้ส่งกลับไปคัดเลือกใหม่ หากยังยืนยันชื่อเดิมต้องมีเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 แล้วส่งชื่อให้นายกฯพิจารณาอีกครั้ง แต่ถ้าไม่เห็นชอบอีก นายกฯจะต้องมีเหตุผลรองรับการคัดค้าน จากนั้น ก.ตร.จะสรรหาใหม่ภายใน 7 วัน ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เพราะนายกฯเป็นเพียงผู้เห็นชอบหรือยับยั้งเท่านั้น การแต่งตั้งเป็นระบบมากขึ้น โดยเชื่อว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นอดีตตำรวจ ซึ่งมีวาระ 2 ปี จะหวังดีกับสถาบันตำรวจอย่างแท้จริง

ครม.ไฟเขียวอรหันต์ปฏิรูป 11 ด้าน

เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะแต่ละคณะจะมีกรรมการไม่เกิน 15 คน รวม 11 คณะ จะมีกรรมการ 165 คน วันนี้ ครม.เห็นชอบ 120 คน แต่ละคณะยังตั้งไม่ครบ ยังค้างอยู่ 45 คน โดยจะแต่งตั้งโอกาสต่อไป มีสัดส่วนผู้หญิง 20 คน และให้ข้าราชการประจำน้อยที่สุด หลังจากแต่งตั้งจะแยกย้ายไปยกร่างการปฏิรูปน่าจะเสร็จภายใน เม.ย.61 ส่วนคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ จะมีคณะกรรมการย่อยอีก 6-7 คณะ จะแต่งตั้งอีก 90-100 คน คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ปลายเดือน ส.ค.นี้

“บวรศักดิ์” ดู ก.ม. “เอนก” คุมการเมือง

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการแต่ละชุด ประกอบด้วย ด้านการเมือง มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง นายวันชัย สอนศิริ อดีต สปท.เป็นกรรมการ นายรวี ประจวบเหมาะ อดีต ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ เป็นเลขานุการ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มีนาย กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อภิชาติ เพ็ญกิตติ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นกรรมการ นายสุรพงษ์ มาลี นักทรัพยากรมนุษย์เชี่ยวชาญ สำนักงาน ก.พ. เป็นเลขานุการด้านกฎหมาย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต สปท.นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นกรรมการ นายพีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์ นิติกร สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเลขานุการ

“ทนายสงกานต์” ก็มาชุดยุติธรรม

ด้านกระบวนการยุติธรรม นายอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการกฤษฎีกา เป็นประธาน คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สำนักนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีต สปท.นายตระกูล วินิจฉัยภาค อดีตอัยการสูงสุด นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เป็นกรรมการ นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษา เป็นเลขานุการ

กูรูเศรษฐกิจพรึบพร้อมหน้า

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีต รมช.คลัง นายอิสระ ว่องกุศลกิจ อดีตประธานหอการค้าไทย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการผู้ช่วย รองนายกฯนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ เป็นกรรมการ นางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นเลขานุการ ด้านพลังงาน มีนายพรชัย รุจิประภา อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ อดีต ผอ.การสำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงพลังงาน นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน นายดุสิต เครืองาม อดีต สปท. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ อดีต รมว.พลังงาน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต สปท. นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้า เป็นกรรมการ นายกวิน ทังสุพานิช อดีตเลขา กกพ. เป็นเลขานุการฯ

ส่งทีมหมอผ่าตัดระบบสาธารณสุข

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สส.นก) เป็นประธาน นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีต สปช. นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตสปท.นายธีรพัฒน์ ประยูรสิทธิ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการ น.ส.ลดาวัลย์ คำภา รองเลขาธิการ สศช. เป็นเลขานุการ ด้านสาธารณสุข มี นพ.เสรี ตู้จินดา อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธาน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีต รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเลขานุการ

คนข่าวเกาะขบวนยกเครื่องสื่อ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด อดีตสปท.นายธงชัย ณ นคร บรรณาธิการข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ อดีตสื่อและอดีต สปช. ร.อ.ประยุทธ์ เสาวคนธ์ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันการบินพลเรือน นายเสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อมวลชน นายสุทธิชัย หยุ่น ผู้บริหารเครือเนชั่น ด้านสังคม มีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอำพน จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ม.ร.ว.จักรรถ จิตพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายวิเชียร ชวลิต อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นักวิชาการด้านประชาสังคม

“กล้านรงค์-พะจุณณ์” ยกทีมปราบโกง

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธาน ป.ป.ช. เป็นประธาน นายกล้านรงค์ จันทิก อดีต ป.ป.ช. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีต สปท. นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ นิมิตรมงคล ตัวแทนภาคเอกชน นายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. นายอนุสิษฐ คุณากร อดีตเลขาธิการสมช. เป็นกรรมการ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการปปท. เป็นเลขานุการ

อดีต สปท.โผล่รับงานครึ่งร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการปฏิรูปครั้งนี้ พบว่ามาจากบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่ง สปช.สปท.กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 58 โดยรายชื่อส่วนใหญ่มาจาก สปท.มากสุดถึง 44 คน ส่วนอดีตนายทหารมี 12 คน อยู่เกือบ ทุกคณะยกเว้นคณะปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการประจำที่จะเกษียณอายุในปีนี้ เช่น นายกฤษฎา บุญราช ปลัดมหาดไทย นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัด สปน. นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่น่าสนใจ คือ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

มีวาระ 5 ปี เบี้ยประชุมครั้งละ 6 พัน

เย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจนุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้านแล้ว โดยให้คณะกรรมการมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. พ.ศ.2560 เป็นต้นไป เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มีชื่ออยู่ทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงค่าตอบแทนคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ว่า ครม.เห็นชอบค่าตอบแทนของคณะกรรมการปฏิรูป โดยจะให้เพียงเบี้ยประชุมรายครั้ง ไม่มีเงินเดือน เนื่องจากเป็นแค่คณะกรรมการ ครั้งละ 6,000 บาท คาดว่าจะประชุมสัปดาห์ละไม่เกิน 2 ครั้ง หนึ่งเดือนจะได้รับเบี้ยประชุม 48,000 บาท น้อยกว่าค่าตอบแทนของสมาชิก สปท.ครึ่งหนึ่ง รายชื่อที่ออกมานั้นมาจากภาคส่วนต่างๆที่เสนอเข้ามา ยังแต่งตั้งเพิ่มให้ครบจำนวนได้ โดยคณะกรรมการจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ชุด ผู้มีชื่อซ้ำต้องเลือกคณะใดคณะหนึ่ง ส่วนรายชื่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะแต่งตั้งภายในสิ้นเดือน ส.ค. ขณะนี้มีรายชื่อเข้ามาบ้างแล้ว

“สมชัย” เป็น กก.ฝ่ายสาธารณสุข

ต่อมาเวลา 21.00 น. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ทั้ง 11 ด้าน จำนวน 120 คน โดยชื่อของนายสมชัย จิตสุชน เป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขเพียงคณะเดียว ไม่มีรายชื่อไปอยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ตามที่มีประกาศไปก่อนหน้านี้

นายกฯสั่งแยกค่าปรับแรงงานต่างด้าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงปัญหาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวว่า เรื่องแรงงานเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ให้ไปพิจารณาเรื่องค่าปรับให้แยกประเภทว่าต้องทำอย่างไร แต่บางคนไม่ไปทำ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เปิดให้ทำถึงเดือน ธ.ค. ก็ไม่ไปทำอีก มันอะไรกันนักหนาไม่รู้ ก็จัดเวรกันไปทำ วันสองวันก็เสร็จก็ไม่ไป ทุกคนต้องทำงานครบทุกวัน แล้วพอถึงเวลาก็มาร้องขอต่ออายุตนให้ไม่ได้ต่อมาเยอะแล้ว ก็ขอไปทำกันเถอะ

แจงเรือฟริเกตไร้จรวดจะต่อทำไม

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงโครงการจัดซื้อขีปนาวุธปล่อยนำวิถี ฮาร์พูน บล็อค ทูว์ เพื่อติดตั้งบนเรือฟริเกตด้วยว่าเป็นโครงการที่อยู่ในงบประมาณประจำปีกระทรวงกลาโหมในส่วนของกองทัพเรืออยู่แล้ว ไม่ได้มาเพิ่มเติมในงบกลาง ส่วนที่เราให้ต่อเรือฟริเกตเพราะมีความจำเป็นในการดูแลอธิปไตยของประเทศ เพราะเรือเก่ามากแล้ว ต้องทยอยต่อไปเรื่อยๆ เท่าที่มีงบประมาณและตามความจำเป็น รวมถึงระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย วันแรกที่ตนปฏิเสธบอกว่าไม่รู้ว่ามีการซื้อ เพราะโครงการอยู่ในเรื่องเดิม เป็นการซื้อตามระบบของกองทัพเรืออยู่แล้ว ถ้ามีเรือแล้วไม่มีอาวุธแล้วจะต่อเรือกันไปทำไม

จัดโผทหารมีขั้นตอนไม่ใช่เชียร์มวย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดทำโผโยกย้ายแต่งตั้งนายทหารระดับสูงว่า เป็นเรื่องของ พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม ที่มีคณะกรรมการแต่งตั้ง 7 คน ประกอบด้วย ผบ.เหล่าทัพ โดยมี รมว.กลาโหม เป็นประธาน ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ เพียงแต่มีหน้าที่นำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ ผบ.เหล่าทัพจะต้องลงนามก่อนส่งมาถึงตน ซึ่งคนเหล่านั้นรับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด ว่าจะเอาคนนั้นคนนี้ก็ได้ กองทัพไม่ใช่แบบนั้น มีกรรมการทุกขั้นตอน ไล่ตามความอาวุโส และความเหมาะสม อย่าไปประเมินเอง โดยอาจรู้บ้างไม่รู้บ้างว่าใครเป็นอย่างไร อย่าไปเชียร์ ไม่ใช่เชียร์ม้าเชียร์มวย ทั้งนี้เห็นว่าใกล้จะเสร็จแล้ว และทุกเหล่าทัพ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ รมว.กลาโหม จะเสนอมาที่ตน และตนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทันเดือน ก.ย. คนใหม่จะได้เริ่มงานวันที่ 1 ต.ค.

ผลักดัน ขรก.โชว์ทรัพย์สินสกัดโกง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวคิดที่จะให้ข้าราชการทุกระดับแจ้งบัญชีทรัพย์สินต้องดูความจำเป็นว่าหากต้องยื่นทุกคนจะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ โดยได้ให้แนวทางกับศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไปพิจารณา หากเห็นว่าป้องกันทุจริตได้แนวทางดังกล่าวคงเป็นไปได้ ส่วนที่ถามกันว่าเจ้าของบริษัท พ่อค้า เอกชน ยื่นบัญชีทรัพย์สินบ้าง เพราะข้าราชการเลวก็ไปเรียกเงินจากพ่อค้านั้น ต้องดูทั้งสองทาง อย่ามองว่าทุกคนต้องโกงทั้งหมด ตนอยากให้ผลักดันเรื่องนี้ แต่หากทำต้องทำทั้งสองฝ่าย คือข้าราชการและเอกชนด้วย เพราะกฎหมายคือผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ ขณะที่การตรวจสอบโครงการของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตอนนี้อยู่ที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) มีข้อมูลพอสมควร อยู่ในกระบวนการ หลายเรื่องเข้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว เรื่องเงินทอนวัด ไม่ได้เป็นความขัดแย้งของใคร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นหน่วยงานตรวจสอบเหมือนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ป.ป.ช.นำเรื่องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการ ส่งไปยังองค์กรอิสระ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทุกอย่างเป็นขั้นตอน อยากให้เข้าใจ

ต.ค.เยือนมะกันถกหลากมิติ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในเดือน ต.ค.ว่าจะมีการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯทั้งด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง การทหาร รวมถึงสถานการณ์ในภูมิภาค จะได้ประโยชน์ทั้งความสัมพันธ์ การค้า การลงทุน ขณะนี้ไทยมีการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯอยู่ จะทำอย่างไรให้สมเหตุสมผล ไทยอาจลงทุนกับสหรัฐฯมากขึ้น ส่วนกระแสข่าวสหรัฐฯ กดดันไทยให้ปิดบริษัทของเกาหลีเหนือในไทยว่ายืนยันสหรัฐฯไม่ได้กดดันไทยตามปรากฏเป็นข่าว รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯที่เดินทางเยือนไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่หารือในภาพกว้างของท่าทีของสหรัฐฯต่อเกาหลีเหนือ

“นภา” นั่งอธิบดีพัฒนาสังคม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงว่า ครม.มีมติแต่งตั้งนางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นางไพรวรรณ พลวัน ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัด พม. นายณรงค์ คงคำ ผู้ตรวจราชการ กระทรวง เป็นรองปลัด พม. นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ ผู้ตรวจราชการ เป็นอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

เพิ่มสิทธิคุ้มครองลูกจ้างอื้อ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพิ่มสิทธิเพิ่มเติมลูกจ้าง อาทิ กรณีนายจ้างผิดนัดการจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่จ่ายค่าตอบแทน ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ไม่จ่ายกรณีหยุดกิจการ กำหนดให้นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลากิจธุระอันจำเป็นโดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน รวมถึงให้ลูกจ้างลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรได้โดยได้รับค่าจ้าง เมื่อรวมกับลาเพื่อคลอดบุตรแล้วครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ในวันลาตรวจครรภ์และเพื่อคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน พร้อมให้ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างมาเป็นระยะเวลายาวนานได้รับค่าชดเชยเพิ่มขึ้น กรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสุดท้าย

ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าว

ข่าวฮอตก่อนหน้า

HOT - เลิกใบขับขี่กระดาษ ใช้สมาร์ทการ์ดแทน ซิ่งไปได้ทั่วอาเซียน

เลิกใบขับขี่กระดาษ ใช้สมาร์ทการ์ดแทน ซิ่งไปได้ทั่วอาเซียน กรมการขนส่งทางบก ยกเลิกการทำใบขับขี่แบบกระ ... อ่านต่อ

ข่าวฮอตถัดไป

HOT - ทุนโอดอส 5 ส่อเค้าไม่ได้ไปต่อปี 61

ทุนโอดอส 5 ส่อเค้าไม่ได้ไปต่อปี 61 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามท ... อ่านต่อ