HOT – นายกฯ ชี้คนไทยยังจนขอคงแวต 7% รัฐทิ้งรายได้หวังปลุกเศรษฐกิจ สอท.เป็นปลื้มการส่งออกดีขึ้น

นายกฯ ชี้คนไทยยังจนขอคงแวต 7% รัฐทิ้งรายได้หวังปลุกเศรษฐกิจ สอท.เป็นปลื้มการส่งออกดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เปิดเผยว่า เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT รัฐบาลไม่คิดจะเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าตามกฎหมายต้องขึ้นไปร้อยละ 10 แล้ว แต่เพิ่มไม่ได้ ขออนุมัติให้อยู่ร้อยละ 7 ก่อน เพราะคนในประเทศยังไม่พร้อม รายได้ยังแย่อยู่ ขอยืนยันว่าอะไรให้ได้ก็จะให้ และขอร้องอย่าเอาเรื่องโน้นมาตีเรื่องนี้ จนพาลรังเกียจข้าราชการ

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบคงอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60-30 ก.ย.61 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยประเมินว่าในส่วนของประชาชนจะช่วยลดผลกระทบจากค่าครองชีพ ช่วยกระตุ้นการบริโภค และภาคธุรกิจจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัว ขณะที่ผู้ประกอบการจะทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของอัตราภาษี มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจให้แก่ภาคเอกชน และสามารถวางแผนการบริหารธุรกิจได้อย่างถูกต้อง “ในส่วนของรายได้ภาครัฐ การคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% ไม่ปรับเป็น 10% ตามที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 232,600 ล้านบาท แต่จะไม่มีผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 61 เนื่องจากการจัดทำงบประมาณได้คำนวณประมาณการรายได้ โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานการคำนวณของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% ขณะที่หากปรับเป็น 10% กระทรวงการคลังประเมินว่า จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าบริการเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีผลต่อการบริโภค การผลิต การนำเข้า และการลงทุนภาคเอกชนลดลง ทำให้ระบบเศรษฐกิจชะลอตัว”

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ในหลายๆกลุ่มสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในอาเซียน ในฐานะฐานการผลิตสินค้าแห่งหนึ่งของโลก ประเทศไทยก็ได้รับออเดอร์เข้ามาด้วย จึงทำให้มั่นใจว่าการส่งออกของไทยตลอดทั้งปี 60 จะเติบโตในระดับไม่ต่ำกว่า 5% ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ แต่ยอมรับว่าสิ่งที่ผู้ส่งออกของไทยวิตกกังวล และต้องติดตามใกล้ชิด คือความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเหนือ ที่จะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม และอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ที่ล่าสุดแข็งสูงที่สุดในอาเซียน “ภาคเอกชนต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลก ในส่วนของกรณีที่ผู้นำเกาหลีเหนือระบุจะยิงขีปนาวุธไปยังเป้าหมายใกล้กับเกาะกวมของสหรัฐฯ 4 ลูกภายในเดือน ส.ค.นี้ จึงต้องดูว่าเป็นเพียงคำขู่หรือเกิดการยิงจริงๆ”.

ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าว

ข่าวฮอตก่อนหน้า

HOT - ฉลอง 'เกิร์ลส์เจน' 10 ปี หล่อหลอม พร้อมอัลบั้มใหม่ เผยความรู้สึกตรงจากเกาหลี สื่อหัวใจถึงโซวอน

ฉลอง 'เกิร์ลส์เจน' 10 ปี หล่อหลอม พร้อมอัลบั้มใหม่ เผยความรู้สึกตรงจากเกาหลี สื่อหัวใจถึงโ ... อ่านต่อ

ข่าวฮอตถัดไป

HOT - ไม่ใช่ตับห่าน นี่คือ ลิ้นห่าน ผักพื้นบ้านริมทะเล สาวปลูกขายโลละ 200 บ.

ไม่ใช่ตับห่าน นี่คือ ลิ้นห่าน ผักพื้นบ้านริมทะเล สาวปลูกขายโลละ 200 บ. 'ลิ้นห่าน' ตำนานผักพื้นบ้านริ ... อ่านต่อ