HOT – บิ๊กป้อม นัดเหล่าทัพถกร่างสัญญาประชาคม คาด เผยแพร่ร่างฯ 7ก.ค.นี้

บิ๊กป้อม นัดเหล่าทัพถกร่างสัญญาประชาคม คาด เผยแพร่ร่างฯ 7ก.ค.นี้


“บิ๊กป้อม” นัดเหล่าทัพถกร่างสัญญาประชาคม เชื่อ ทุกภาคส่วนหนุนปรองดอง ไร้กลุ่มต้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” เตรียมเดินหน้าจัดเวทีเผยแพร่ร่างฯสัญญาประชาคม 7 ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมี พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาบูรณาการข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี และพล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พร้อมด้วยที่ปรึกษาและกรรมการ อาทิ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง นายสุจิต บุญบงการ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายสุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ เลขาธิการสภาตระกูลจิราธิวัฒน์ รุ่นที่ 1 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวในที่ประชุมว่า อยากให้คณะกรรมการฯทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อร่างสัญญาประชาคมนี้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้น จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร แถลงภายหลังการประชุม ว่า ความคืบหน้าจัดทำร่างสัญญาประชาคมนั้น ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นตัวร่างแล้ว ซึ่งทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมในรายละเอียดบางประการเล็กน้อย เช่น เรื่องการปรองดองที่ต้องคำนึงถึงข้อกำหนดต่างๆ โดยคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 3 คณะจะไปรวบรวมรายละเอียด เพื่อให้มีความชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการทั้งหมดมีความคิดเห็นตรงกันว่าเรื่องความสามัคคีปรองดองจะนำไปสู่การเกิดความสันติสุข ขณะที่การตั้งเวที ในพื้นที่แต่ละกองทัพภาค เพื่อนำเสนอร่างสัญญาประชาคมนั้น ก็พร้อมดำเนินการได้ทันที

เมื่อถามว่า อาจจะคนกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับความปรองดอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มี ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แล้วจะบังคับใช้ได้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การดำเนินการสร้างความปรองดองทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน สิ่งใดที่เกิดความขัดแย้ง เราก็ไม่เอา

ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ทุกอย่างดำเนินการตามกรอบระยะเวลากำหนด ซึ่งรายละเอียดต้องให้ พล.ต.คงชีพ ชี้แจง ทั้งนี้ร่างสัญญาประชาคมที่ประชุมส่วนใหญ่ได้เสนอแนะให้ความคิดเห็นปรับถ้อยคำให้มีความเหมาะสม และภายหลังการปรับแก้แล้วจะส่งให้เลขานุการคณะอนุกรรมการฯ ดูถ้าไม่มีปัญหาทุกอย่างก็เรียบร้อย จากนั้น ก็เดินหน้าจัดเวทีในแต่ละกองทัพภาค เพื่อเผยแพร่ร่างสัญญาประชาคมต่อไปคาดว่า จะเริ่มได้ในวันที่ 7 ก.ค.นี้

เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ระบุว่า ไทยยังไม่พร้อมเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งจะออกมาเคลื่อนไหว พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นของนายสุเทพ ส่วนตนมีหน้าที่รวบรวม และสรุปความคิดเห็นการสร้างความปรองดอง แต่เชื่อว่า จะไม่กระทบร่างสัญญาประชาคมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ด้าน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองครั้งที่ 4 ว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบร่างสัญญาประชาคมที่ พล.อ.เฉลิมชัย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองนำมาเสนอ แต่ที่ประชุมให้คำแนะนำข้อคิดเห็นเพิ่มเติม และนำไปปรับแก้ไขอีกรอบ ก่อนจะนำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะในต้นเดือน ก.ค.นี้ใน 4 เวทีสาธารณะของ 4 ทัพภาค คือ กทม. จ.นครราชสีมา จ.พิษณุโลก จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะนำมาจัดทำร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ และเสนอให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไปประมาณกลางเดือน ก.ค.

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในร่างสัญญาประชาคมที่จะนำเสนอใน 4 เวทีสาธารณะนั้น เป็นประเด็นที่ควรเร่งดำเนินการสร้างความรับรู้และความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ขยายผลไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวหรือถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการสร้างความขัดแย้งในห้วงเวลาที่ผ่านมา เช่น เรื่องกฎหมาย ยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ร่างจะยึดประชาชนเป็นตัวตั้ง และกำหนดความตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายในการอยู่ร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่สุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งที่จะขยายไปสู่ความรุนแรงในอนาคต แนวทางในการสร้างความสามัคคีปรองดองจะบรรลุความสำเร็จได้ จากสัญญาประชาคมนั้น ต้องอาศัยความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนโดยมีเป้าหมายผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก

“ร่างสัญญาประชาคมเป็นเพียงกระดาษเล่มบาง มีไม่กี่หน้า ไม่เกิน 10 ข้อ และเจตจํานงค์ของประชาชนทุกคนที่จะกำหนดกรอบการอยู่ร่วมกันในอนาคตอย่างสงบสุข ส่วนจะมีการลงนามร่วมกันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ทั้งนี้ร่างสัญญาประชาคมไม่ได้ตอบโจทย์ ในเรื่องการไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตที่ไม่ให้ใช้ความรุนแรง หากหลังจากนี้แล้วมีการเลือกตั้ง และไม่มีการยอมรับผลการเลือกตั้งจนก่อให้เกิดการชุมนุมก็ต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่กำหนดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ บิดเบือนสู่สาธารณะ รองรับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว” พล.ต.คงชีพ กล่าว

ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าว

ข่าวฮอตก่อนหน้า

HOT - ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลฯ สอบ ม.44 ผุดรถไฟ กทม.-โคราช เอื้อประโยชน์จีน

ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลฯ สอบ ม.44 ผุดรถไฟ กทม.-โคราช เอื้อประโยชน์จีน "ศรีสŬ ... อ่านต่อ

ข่าวฮอตถัดไป

HOT - ปีนี้หรือปีหน้าถ้ามาก็จะรอ New Subaru Xv 2017

ปีนี้หรือปีหน้าถ้ามาก็จะรอ New Subaru Xv 2017 ไทเป-สาธ$ ... อ่านต่อ