HOT – เตรียมเข้าเครื่องจับเท็จ หนุ่มใหญ่ร้องรองปลัด ยธ.โดนตำรวจกลั่นแกล้ง

เตรียมเข้าเครื่องจับเท็จ หนุ่มใหญ่ร้องรองปลัด ยธ.โดนตำรวจกลั่นแกล้ง

รองปลัด ยธ.เตรียมนำหนุ่มใหญ่เมืองกาญจน์ วัย 54 ปี เข้าเครื่องจับเท็จ ก่อนตั้งกรรมการลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง หลังเจ้าตัวขอความเป็นธรรม ถูกตำรวจกลั่นแกล้งออกหมายจับโดยมิชอบ แถมยังเสียเงินค่าเดินทางไปศาล และค่าประกันตัวรวมกว่า 2 ล้านบาท ทั้งที่ไม่เคยมีคดีในสารบบ

สืบเนื่องจากกรณี นายเดช จันทร์เปรม อายุ 54 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร้องเรียน ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม หลังถูกดำเนินคดีในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลักศิลา จ.นครพนม จับกุมตัวไปดำเนินคดี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ปี 2551 และเดินทางขึ้นศาลจังหวัดนครพนมถึง 17 ครั้ง จนกระทั่งศาลยกฟ้องในเดือน ต.ค. 2559 แต่เมื่อตรวจสอบหมายจับดังกล่าวกลับไม่พบในสารบบความของศาล จึงเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีข้อพิรุธ และถูกกลั่นแกล้งจากตำรวจ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น (ร้อง ยธ.โดน ตร.กลั่นแกล้ง ทำตกเป็นจำเลยจนศาลยกฟ้อง แต่ไม่มีคดีในสารบบ)

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเดช จันทร์เปรม อายุ 54 ปี พร้อมภรรยา เดินทางมายื่นต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมหลังถูกดำเนินคดีโดยมิชอบ ในข้อหา “ร่วมกันพยายามเลี่ยงภาษีที่ยังไม่ผ่านศุลกากรออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและยักยอกทรัพย์”

นายเดช กล่าวว่า ตนนำหลักฐานมาให้กระทรวงยุติธรรมหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลักศิลา จ.นครพนม จับกุมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 59 ในข้อหาดังกล่าว ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ปี 2551 ก่อนประกันตัววันที่ 7 เม.ย. 59 โดยตนและภรรยา ต้องเดินทางจากบ้าน จ.กาญจนบุรี ไปกลับ จ.นครพนม ถึง 17 ครั้ง เพื่อต่อสู้คดีจนกระทั่งศาลยกฟ้อง มีค่าใช้จ่ายการเดินทาง รวมถึงหลักทรัพย์ที่ใช้ประกันตัวกว่า 2 ล้านบาท อีกทั้ง ได้ตรวจสอบสารบบความศาลก็ไม่พบว่าตนมีชื่อปรากฏ นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาตนเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ จ.กาญจนบุรี และทำบัตรประชาชน 2 ครั้ง กลับไม่มีปัญหาและไม่เคยถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด ทำให้วันนี้จึงอยากให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง เพราะตนอาจถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า ผู้เสียหายถูกตำรวจ สภ.หลักศิลา จับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม เพราะเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเช่าซื้อรถออกนอกราชอาณาจักร และได้มีการเซ็นเอกสารยินยอม กระทั่งผ่านมาหลายปีก็มีหมายจับออกมาดังกล่าว จึงเดินทางไปขึ้นศาลและมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งกองทุนยุติธรรมพร้อมช่วยเหลือเงินเยียวยา โดยเรื่องนี้ต้องตรวจสอบว่ามีข้อบกพร่องตรงส่วนใด และต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทุกราย สำหรับเรื่องการเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.กาญจนบุรี หากมบุคคลมีหมายจับไม่สามารถกระทำได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรม จะให้ผู้เสียหายสอบปากคำและเข้าเครื่องจับเท็จ ก่อนตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป.

ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าว

ข่าวฮอตก่อนหน้า

HOT - แม่ก็คือแม่ เนย โชติกา ยิ้มแป้นอวดหน้าลูกให้ทุกคนเห็น

แม่ก็คือแม่ เนย โชติกา ยิ้มแป้นอวดหน้าลูกให้ทุกคนเห็น ท้าพิสูจน์ความแม่น หญิงใบ้ออนทัวร์ รีวิวอ่างน้ ... อ่านต่อ

ข่าวฮอตถัดไป

HOT - น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลท่วม อ.ย่านตาขาว บ้านบ่าววีก็โดนด้วย

น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลท่วม อ.ย่านตาขาว บ้านบ่าววีก็โดนด้วย น้ำป่าไหลทะลักจากเทือกเขาบรรทัดเข้าท่ ... อ่านต่อ